อยากเรียนดำน้ำ แต่ไม่รู้อะไรเลย อ่านตรงนี้ก่อน !!!

เริ่มต้นเรียนดำน้ำด้วยหลักสูตร
Open Water Diver

เพิ่มพูนทักษะการดำน้ำ
Advanced Open Water
EFR
Rescue Diver
Dive Master

Bubble Maker
Seal Team
Discover Scuba Diving

อยากเรียนแบบส่วนตัว คลิก

ชมภาพห้องเรียน + สระว่ายน้ำ
DiveDNA.com บริการดำน้ำครบวงจร สอนดำน้ำตามมาตรฐาน PADI จัดทริปดำน้ำทั้ง Day Trip และ Liveaboard อ่าวไทย ชุมพร เกาะเต่า อันดามันเหนือ หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน บอน ตาชัย ริเชลิว อันดามันใต้ตะรุเตา หินม่วง หินแดง พีพี
จำหน่ายและให้เช่าอุปกรณ์ในราคาสมเหตุผล

รับซ่อมและบำรุงรักษา
BCD Regulator และอื่นๆ

สอบถามข้อมูลและโปรโมชั่น
Mobile: 081 700 6700
e-Mail: divedna@hotmail.com

ขอต้อนรับบรรดาจอมยุทธมือสมัครใจทั้งหลายเข้าสู่ตอนที่ 3 ของ ”กระบวนยุทธสยบเงาใต้มหานที” หรือการถ่ายรูปใต้น้ำอีกครั้งหนึ่งครับ หลังจากที่เราคัดตัวนางงามเข้ารอบผ่านมาด้วยคำถามแฝงคติธรรมล้วนๆ ไปแล้ว  คราวนี้มาถึงการเรียนรู้ถึงกระบี่ที่จอมยุทธทั้งหลายจะใช้กันซะทีว่าท่านเหมาะกับกระบี่ประเภทใด

 

บางท่านอาจบอกว่าอันตัวเราเป็นถึงลูกคหบดีใหญ่จะใช้มีดสั้นก็หาได้เหมาะแก่ฐานะไม่ (คนมีเงินหยวนซะอย่าง) จะเลือกใช้กระบี่เหล็กไหลด้ามหยกก็เป็นสิทธิ์ของท่าน   บางท่านเพิ่งจะล่ำลาท่านไต้ซือลงจากวัดเส้าหลิน ผมบนศีรษะยังมิทันจะขึ้นดีก็อาจเลือกกระบี่ไม้ไผ่ไร้ด้าม  หรือบางท่านอาจเป็นแค่เพียงยาจกเฒ่าหาเช้ากินค่ำเช่นข้าพเจ้าก็อาจจะใช้แค่มีดสั้นหั่นผักด้ามพลาสติกก็คงจะสมฐานะ

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นอาวุธยาวสั้นหรือราคาสูงต่ำเท่าใด..หากเจ้าของมิเข้าใจในกระบี่ของตนแล้ว.. ก็เปรียบเหมือนไม้จิ้มฟันที่ผ่านการใช้งาน  มิสามารถเข่นฆ่าผู้ใดได้ฉันนั้น (มีคติอีกแล้วครับท่าน) อ้ะอ้ะ..อย่าเพิ่งคิดว่าผมบ้าหนังจีนแล้วพาลจะตะโกน ”ส่งแขก” นะครับ

 

วันนี้เรามาเริ่มคุยกันเรื่องกล้องถ่ายรูปดิจิตอลกันก่อนดีกว่า  ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นห้างทั่วๆ ไปหรือ”โป้มั้ยพี่พลาซ่า(พันธุ์ทิพย์)” คุณจะสังเกตเห็นว่ากล้องดิจิตอลได้เข้ามาจับจองพื้นที่กันมากขึ้นกว่าสมัยก่อนๆ แม้แต่ส่วนที่เป็นโทรศัพท์มือถือก็ยังไม่วายที่ลูกค้าจะถามหารุ่นที่ถ่ายภาพได้  แล้วไม่ถามด้วยนะว่ารับสัญญาณดีรึเปล่าแต่ดันไปถามว่าถ่ายรูปชัดมั้ย  จนคนขายแทบจะเอากล้องดิจิตอลติดกาวตราช้างขายไปพร้อมกับโทรศัพท์ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปซะเลย  และด้วยความต้องการของลูกค้าบวกกับราคากล้องดิจิตอลที่นับวันจะถูกลงเรื่อยๆ ก็เลยทำให้ในตอนนี้มีกล้องอยู่ในตลาดไม่ต่ำกว่า 10 ยี่ห้อแถมแต่ละยี่ห้อมีกล้องให้เลือกอีกไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น  คำนวณแบบคร่าวๆ ก็ปาเข้าไปไม่น้อยกว่า 100 รุ่นพอๆ กับโทรศัพท์มือถือ  ที่หนักกว่านั้นคือแต่ละรุ่นมีอายุในตู้กระจกพอๆ กับแมลงวัน! ออกมาได้แค่สองอาทิตย์ตกรุ่นซะแล้วทำเอาทั้งคนซื้อและคนขายเจ็บตัวไปตามๆ กัน  แต่สินค้าเทคโนโลยีก็เป็นแบบนี้ล่ะครับจ่ายเงินแล้วต้องทำใจกันหน่อยซื้อมาก็ต้องใช้ให้คุ้มค่าตัวอย่าให้เป็นประเภท ”สิบปุ่มใช้หนึ่ง..ตะลึงคู่มือ..ซื้อมาขัดถู” ก็แล้วกัน

 

เจ้ากล้องดิจิตอลที่ว่าเนี่ยะมันดีอย่างหนึ่งคือไม่ต้องใช้ฟิล์มแต่จะใช้เมมโมรี่เป็นตัวเก็บภาพ จะถ่ายมากแค่ไหนก็ได้จนกว่าเมมโมรีจะเต็ม ดูภาพหลังถ่ายได้ทันที (พวกนักเล่นหวยไม่ค่อยชอบเพราะไม่ได้ลุ้น) แถมไม่พอใจยังลบภาพที่ถ่ายไปแล้วได้อีก ต่างจากกล้องฟิลม์ที่เราต้องไปซื้อฟิล์มเป็นม้วนๆ มาใส่  แถมถ่ายได้แค่ 36 รูป จะดูภาพหลังจากถ่ายไปแล้วก็ไม่ได้ จะลบก็ไม่ได้ เรียกว่ากดไปแล้วไม่มีโอกาสแก้ตัวเพราะต้องเอาไปให้ร้านล้างก่อนจะได้มาดูภาพเด็ดๆ (แต่จะเด็ดสะระตี่หรือเด็ดซะมอเร่ก็ตอนเปิดดูที่ร้านนี่แหละ)  คราวนี้พอมีกล้องดิจิตอลออกมาก็เลยลดทั้งความผิดพลาดและขั้นตอนต่างๆ ไปเยอะ  ยอดขายก็เลยระเบิดเถิดเทิงเรียกว่าไปเที่ยวที่ไหนนี่ทุกคนต้องมีกล้องดิจิตอลแขวนคอกันคนละตัวสองตัวเป็นที่น่าเวียนหัวยิ่งนัก   อย่างบางงานที่เคยไป (งานโชว์พริตตี้ที่มีรถยนต์เป็นอุปกรณ์จัดฉาก) แทบไม่มีที่ยืนเพราะตากล้องเต็มหน้าเวทีไปหมดจนต้องใช้วิธียื่นเฉพาะมือเข้าไปถ่ายแต่พอชักมือกลับนอกจากจะไม่ได้ภาพแล้วอาจจะไม่ได้กล้องกลับมาด้วยเพราะกล้องตัวเก่งดันได้ผู้อุปการะใหม่ซะแล้ว..เฮ้อ!!

 

ถ้าเราสำรวจกล้องที่คล้องคอเหล่าตากล้องทั้งหลายก็จะพบว่ามีกล้องอยู่ 3 ประเภท

ประเภทแรกเรียกว่ากล้องแบบกระจกสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (Single Lens Reflect) ชื่อยาวอลังการแสนรำคาญที่จะเรียก ก็เลยนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่ากล้อง SLR แต่ชาวบ้านอย่างเราๆ ชอบเรียกว่ากล้องโปร (มาจาก Professional) หรือกล้องมืออาชีพ  ผู้ใช้กล้องประเภทนี้เลยได้รับการชื่นชมว่าเป็นมืออาชีพอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะบรรดาพริตตี้มักจะให้ความร่วมมือในการโพสต์ท่ามากกว่ากล้องประเภทอื่นๆ จนคุณต้องแอบอิจฉา

 

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของกล้องประเภทนี้คือสามารถเปลี่ยนเลนส์ขนาดต่างๆ ได้ ซึ่งจะมีขนาดตั้งแต่ตลับยาหม่องไปจนถึงปืนต่อสู้รถถังจึงทำให้สามารถใช้งานได้ตามความต้องการของผู้ใช้  ส่วนคุณภาพของภาพถ่ายและประสิทธิภาพการใช้งานทิ้งห่างกล้องประเภทอื่นๆ ไปพอสมควร  ตัวกล้องส่วนใหญ่จะอ้วนดำและหน้าตาน่าเกรงขามเหมือนไอ้แจ็คเรื่องแฟนฉัน 

 

ราคาค่าตัวก็หนักหนาสาหัสพอๆ กับน้ำหนักของเค้าล่ะครับ  ผู้ใช้งานกล้องประเภทนี้มักจะกระเป๋าหนักกว่าชาวบ้านเพราะต้องมีเงินพอสมควรถึงจะหามาใช้ได้แม้ว่าตอนซื้อมาจะทำให้กระเป๋าตังค์เบาลงบ้างก็ไม่วายที่จะหนักกระเป๋าหนักอีกเพราะเวลาพกพาเจ้ากล้องอ้วนดำไปใช้งานที่ไหนหากไม่ใส่เป้สะพายหลังหรือกระเป๋าสะพายบ่าคออาจจะทรุดได้  ดังนั้นผู้ใช้กล้องประเภทนี้จึงมักจะอยู่ในสภาพเหมือนนักเดินป่าและหน้าตาเคร่งเครียดแบบมืออาชีพ (ยิ่งเดินยิ่งเครียดเพราะยิ่งหนัก) ถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบมีพันธะแนะนำว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาดเพราะอาจมีปัญหาทางบ้านได้ (ผมหมายถึงกล้องนะไม่ใช่พริตตี้อย่าเข้าใจผิด)

 

เนื่องจากกล้องโปรมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกรงขามถูกอกถูกใจบรรดาตากล้องทั้งหลาย  แต่กว่าจะได้มาครอบครองก็ต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนไม่น้อย (ก็ราคาเลนส์ติดกล้องประเภทนี้ตัวนึงไม่ใช่ราคาสามกระบอกร้อยแบบข้าวหลามนิ..) ก็เลยเกิดกล้องอีกประเภทที่มาตอบสนองผู้ใช้อีกกลุ่มหนึ่งที่อยากโปรแต่ทุนไม่พอเรียกกันว่ากล้อง Prosumer คือเอาคำว่า Professional มาสนธิกับ Consumer เลยกลายเป็นม๊อบเอ้ย! กลายเป็นกล้องแบบกึ่งโปร  รูปร่างไม่ถึงกับอ้วนดำแต่แค่อวบพองาม

คุณสมบัติเด่นก็คือเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้  แต่ที่ไอ้ตัวที่มากับกล้องนี่ก็ซูมได้ไกลถูกใจพวกแอบถ่ายอย่างเรา (บางคนเฉไฉไปเรียกว่า ”ภาพแคนดิด” ฟังดูดีหน่อย..ถึงเรียกยังไงถ้าคนถูกถ่ายรู้ตัวก็ไม่วายถูกด่าพอๆ กัน) แถมราคาก็ถูกกว่าเห็นๆ  ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยก็ทำเอากล้องโปรหนาวๆ ร้อนๆ เรียกหายาแก้ไข้กันเป็นแถวๆ เพราะมีทั้งระบบกัน(มือ)สั่น, ระบบถ่ายภาพเคลื่อนไหวและอีกสารพัดที่คนผลิตจะนึกออกได้ถูกจับยัดเข้าไปในกล้อง ซึ่งถ้าจะให้กล้องโปรทำได้ใกล้เคียงคงจะต้องไปจำนองบ้านหรือปล้นธนาคารเพื่อไปหาอุปกรณ์ต่างๆ มาเสริมกันขนานใหญ่  การพกพาก็สะดวกเพราะไม่หนักมาก (แค่อวบๆ ดูแว้บๆ ก็มืออาชีพเหมือนกันนะ) พอที่จะเอาคอระหงของเรารับน้ำหนักของมันได้อย่างสบาย  ตอนนี้กล้องโปรเลยต้องลดราคาลงมาต่อสู้ขนานใหญ่จนทำให้ให้ผู้ซื้อเกิดความลังเลไม่ใช่น้อยว่าจะเป็นเจ้ามือเอ้ย! มืออาชีพหรือกึ่งอาชีพดี  แต่ขอแนะนำว่าข้อดีของกล้องประเภทนี้ก็คือตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยถ่ายได้ตั้งแต่ภาพมาโครแมลงวันไปจนถึงนกแร้งบนยอดไม้โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์มากมายแบบกล้องประเภทแรกดังนั้นเวลาไปไหนไกลๆ หน้าตาคนถือก็จะยิ้มแย้มแจ่มใสกว่าผู้ใช้งานกลุ่มแรกเยอะ

 

กล้องประเภทสุดท้ายเรียกว่ากล้องคอมแพ็ค (Compact) บางคนบอกว่าที่เรียกอย่างนี่น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ”ขุนแผน” เพราะสมัยสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว (เกิดทันมั้ยเนี่ย) บริษัทโกดักได้ออกกล้องรุ่นหนึ่งที่ชื่อว่า ”กล้องขุนแผน” ซึ่งราคาไม่แพงใช้งานง่ายขนาดกะทัดรัดขายดิบขายดีเหมือนแจกฟรี  เจ้ากล้องประเภทนี้มีอยู่หลากหลายรุ่นมากในท้องตลาด  ราคาก็ไม่สูงมากยิ่งออกมาใหม่ยิ่งถูก (ดีไม่ดีต่อไปแม่ค้าแถวหนองมนคงเอาไปขายแทนข้าวหลามแน่ๆ) ที่สำคัญคือออกแบบมาได้ถูกใจสาวๆทุกเพศทุกวัย  ซึ่งเค้าคงวิจัยออกมาแล้วว่าบรรดาผู้หญิงทั้งหลายเป็นคนที่ตัดสินใจซื้อของง่ายที่สุดขอให้ต้องตาและต้องใจเป็นใช้ได้

 

เราก็เลยจะเห็นว่ากล้องประเภทนี้จะออกมาหลากสีสัน (แทบจะสั่งซื้อเจ็ดสีคละลายให้รู้แล้วรู้รอด) แถมรูปร่างยังบางเบาพกพาสะดวกจนไม่นึกว่าเป็นวันนั้นของเดือน (วันที่เอาออกไปถ่ายรูป..อย่าคิดมาก) ส่วนประสิทธิภาพก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่เรียกว่าสมชื่อ ”ขุนแผน” ที่เพี้ยนมาเป็น ”คอมแพ็ค” เพราะแกมีคาถาอาคมเยอะมากทั้งคาถารักษาไข้ป่า (ระบบกันสั่น), คาถาตาทิพย์ (ระบบถ่ายในที่มืด), คาถาจับวิญญาณ(ระบบถ่ายวีดีโอ), คาถาส่งโทรจิต (ระบบเครือข่ายไร้สาย) แถมบางทียังร้องเพลงกล่อมสาวๆได้อีก (เล่นเพลง MP3ได้) จนไม่รู้ว่าต่อไปซักผ้า หุงข้าว เฝ้าบ้านได้รึเปล่าก็สุดจะคาดเดาครับ 

 

ผู้ใช้กล้องประเภทนี้ถ้าเป็นสาวๆ ส่วนใหญ่จะหน้าตาอาโนเนะแบบเคียวโกะฟูกูดะ(น่ารักมากขอบอก)  ถ้าเป็นชายก็ประมาณเกาหลีๆ แบบพี่ฟิล์มของน้องๆ  หรือแม้ว่าหน้าตาจะเป็นแค่หนูหิ่นหรือพี่ยิ่งยงถ้าได้ถือกล้องแบบนี้อยู่ในมือก็จะดูดีขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา  ถ้าไม่เชื่อก็ไปตบของใครมาลองถือดูก่อนได้แต่ถ้าติดคุกติดตะรางก็อย่ามาว่ากัน

 

(เลือก) กล้องส่องปลา

 

แล้วกล้องชนิดไหนที่เหมาะกับคุณกันล่ะ  คำถามนี้ตอบยาก เพราะจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับตัวคุณเองมากกว่าว่าคุณต้องการกล้องแบบไหน  แต่ถ้าจนแล้วจนรอดยังตอบตัวเองไม่ได้ก็ลองติ้ต่าง(สมมุติ) ว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับสาวนางหนึ่ง  คุณจะเลือกใครต่อไปนี้

1. น้องเจน-สาวผู้สูงศักดิ์

  • สินสอดเธอแพงมากๆ อาจต้องขายนาที่บ้านมาแต่งกับเธอ

  • เธอเอาใจยากหน่อยคุณต้องใช้เวลาปรับตัวและศึกษาเธอให้ลึกซึ้ง

  • เธอสวยรูปร่างสง่างามคุณควงเธอไปไหนก็มีคนชื่นชมว่าแสนจะไฮโซ

  • เธอชอบผู้ชายที่แข็งแรงและอุ้มเธอไปเที่ยวได้โดยไม่บ่นว่าตัวเธอหนัก

  • เธอเขียนรูปวิวได้สวยมากแต่ถ้าเราขอให้เธอเขียนรูปแบบอื่นบ้างเธอจะปฏิเสธและขอให้คุณหาคนมาช่วย

  • เธอเกิดมาเพื่อเขียนรูปห้ามใช้เธอทำอย่างอื่นเพราะเธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

2. น้องจูน-สาวสมัยใหม่

  • สินสอดเธอถูกกว่าน้องเจนพอสมควรอาจต้องขายควายเหล็กที่บ้านมาแต่งกับเธอ

  • เธอเอาใจไม่ยากแต่คุณต้องใช้เวลาปรับตัวและศึกษาเธอให้ลึกซึ้งเหมือนกัน

  • เธอสวยรูปร่างสง่างามคุณควงเธอไปไหนก็มีคนชื่นชมแต่อาจมีนินทาบ้างว่าเป็นไฮโซเทียม

  • เธอตัวเบากว่าน้องเจนและเธอมั่นใจว่าคุณอุ้มเธอไหว

  • เธอเขียนรูปวิวได้สวยพอๆกับน้องเจนและถ้าเราขอให้เธอเขียนรูปแบบอื่นๆบ้างเธอก็ไม่เกี่ยงและทำได้ดี

  • เธอเกิดมาเพื่อทำอะไรได้มากกว่าที่น้องเจนทำได้

3. น้องจี้ด-สาวคล่องแคล่ว

  • สินสอดเธอถูกกว่าน้องจูนพอสมควรอาจต้องขายข้าวในนามาแต่งกับเธอ

  • เธอเอาใจไม่ยากและเธอรู้ว่าจะเอาใจคุณอย่างไร

  • เธอสวยรูปร่างกระทัดรัดคุณควงเธอไปไหนก็มีคนชื่นชมแต่อาจมีนินทาบ้างว่าไม่ไฮโซ

  • เธอตัวเบากว่าน้องจูนและเธอมั่นใจว่าไปไหนมาไหนกับคุณโดยที่คุณไม่ลำบาก

  • เธอเขียนรูปวิวได้ดีพอสมควรและถ้าเราขอให้เธอเขียนรูปแบบอื่นๆบ้างเธอก็ไม่เกี่ยงแต่ฝีมืออาจจะสู้น้องจูนไม่ได้

  • เธอเกิดมาเพื่อทำอะไรได้หลายๆ อย่างและทำได้ดีกว่าน้องจูนอีกนะ

คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเจ้าสาวคนไหนเป็นกล้องประเภทไหน  แต่ช้าก่อนครับ..ถึงเราจะไม่เกี่ยงเรื่องสินสอดหรือความสามารถของเธอแล้วก็ตาม.. เราก็ยังไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้เพราะเรายังไม่รู้เลยว่าเจ้าสาวของเราว่ายน้ำเป็นรึเปล่า 

 

เชื่อผมเถอะไม่ว่าเธอจะไฮโซหรือโลโซแค่ไหน หากคุณพาลงน้ำไปด้วยเนี่ยร้อยทั้งร้อยรับรองตายสนิทหามเข้าวัดกันไม่ทันเลยทีเดียว  ดังนั้นในตอนต่อไปเราจะมาดูกันว่ากว่าที่ผมจะได้เจ้าสาวหรือกระบี่คู่กายมาดำน้ำด้วยเนี่ย  ผมมีขั้นตอนอย่างไรในการสรรหาเรียกว่าเอามาจากเรื่องจริงผ่านเว็บ โดยประสบการณ์ตรงเลยก็แล้วกัน

 

May the fin be with you ...

...10LOR ...